การเจอกันของเรามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกับสิ่งที่ทำร่วมกันมา

การเจอกันของเรามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกับสิ่งที่ทำร่วมกันมา

ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ 2 ปร ะการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกัน ในกาลก่อน 1 ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน 1

เหมือนด อ กอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ 2 ปร ะการ คือน้ำและเปื อ กตม ฉะนั้น

จึงจะเห็นว่าการที่หญิงชายมารักกัน ชอบกัน และอาจได้อยู่ร่วมกันนั้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่มีปัจจัยมาจาก ๒ ปร ะการดังที่พร ะพุทธองค์ทรงแสดงเหตุให้รู้ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยที่เกี่ยวเนื่องกับความรัก คู่ครอง เนื้ อคู่ อีกมากมาย

การที่คนหนึ่งคนได้พบกับอีกหนึ่งคน ไม่ใช่เพราะบุญเพราะวาสนา เป็นเพราะกร ร มเก่าที่ทำร่วมกันมา อาจไม่ใช่เพราะกร ร มของเราที่ทำต่อเขา อาจจะเป็นเพราะเขาได้กร ะทำกร ร มกับเราไว้ และกร ร มนั้นเป็นตัวที่ทำให้เราได้พบเจอกัน

อาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่ง หรืออาจจะเป็นร ะยะเวลาที่ย าวนานแล้วแต่เ ว รแต่กร ร มที่ทำต่อกันมา

เมื่อมีพบก็ต้องมีจากหมดเ ว รหมดกร ร มต่อกัน ถึงไม่อย ากจากกันก็ต้องจากต่อให้มีกร ร มกันอยู่อย ากจากกันก็ต้องอยู่ร่วมกันอยู่ดี

ดังนั้นการที่เราพบเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นผลของกร ร มเก่า เมื่อมีพบก็ต้องมีจากหมดเ ว รหมดกร ร มต่อกันถึงไม่อย ากจากกันอยู่ดี

คนที่มีกร ร มต่อกันจะเดินมาเจอกันเพราะการเจอกันไม่มีคำว่าบังเอิญไม่เพราะกร ร มเขาที่มีต่อคุณก็กร ร มคุณที่มีต่อเขาจึงได้มาเจอกันและกร ร มนั้นจะพาคนทั้งสองมาเจอกันในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นและเพราะหมดกร ร มไม่อย ากจากก็ต้องจาก

อาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งหรืออาจเป็นร ะยะเวลาที่ย าวนานแล้วแต่เ ว รแต่กร ร มที่ทำกันต่อมาเมื่อมีพบก็ต้องมีจากหมดเ ว รหมดกร ร มต่อกันถึงไม่อย ากจากก็ต้องแยกกันอยู่ดีดังนั้นการที่เราพบเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นผลกร ร มเก่า

แต่ทว่าเรื่องที่พูดมานั้นอาจจะพิสูจน์ด้วยหลักวิทย าศาสตร์ว่าเป็นเรื่องจริงดังนั้นแล้วถ้าเรากลับมานั่งคิดให้ดีถ้าเกิดเรื่องที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงเราก็ไม่ควรไปก่อเ ว รก่ อ กร ร มกับใครเพราะว่าเราก็ไม่อย ากให้เขามาทำร้ า ยในอนาคตถ้าเช่นนั้นขอให้ตั้งใจฝึกฝนให้เป็นคนหนักแน่น

ไม่คิดแ ค้ นใครเพื่อสร้างเ ว รสร้างกร ร มต่อกันส่วนตัวเขาเองนั้นจะคิดได้สำนึกได้หรือไม่นั้นก็ให้คิดว่าเราได้ให้อภั ยต่อเขาไปหมดแล้วจะได้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ดังคำที่เขาว่ากันไว้บุญใครกร ร มมันต ามคำสอนของพร ะพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่าความบังเอิญไม่มีจริงเพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไปนั้นคื อ การทำกร ร มนำมาให้มาเจอกันแต่เมื่อเจอกันได้การจากกันนั้นตัวเราเป็นผู้กำหนดเอง

สิ่งใดที่เราทำมาไม่อย ากเจอก็ต้องเจอสิ่งใดที่เราไม่ได้ทำมาไม่อย ากจากก็ต้องจากนี้ละที่เรียกว่ากร ร มดังนั้นการที่เราโดนกร ะทำจากคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญมันเป็นผลของกร ร มที่เราทำมาก่อน

แต่เราก็คงพิสูจน์ไม่ได้ว่าอดีตเราเคยทำมาจริงเหรอดังนั้นแล้วเราควรมาคิดว่าถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงดังนั้นแล้วเราไม่อย ากที่จะสร้างกร ร มกับเขาอีกไม่อย ากให้เขามาทำร้ า ยอีกเราจึงหัดที่จะให้อภั ยปล่อย

เขาอ อ กจากใจเลิกสร้างกร ร มต่อกันส่วนตัวเขาจะสำนึกหรือไม่ให้คิดซะว่าเราให้อภั ยเราได้บุญเราได้เลิกยุ่งเกี่ยวต่อกันส่วนเขาก็คงจะได้รับกร ร มที่เขาทำโดยที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกร ร มนั้นดังคำที่ว่าบุญใครกร ร มมัน

ต ามหลักคำสอนของพร ะพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าความบังเอิญไม่มีจริงเพราะทุกสิ่งล้วนต้องมีที่มามีที่ไปนั้นก็คือตัวกร ร มที่นำพามาแต่เมื่อพามาเจอกันแล้วหลังจากนั้นคือตัวเราเองเป็นคนกำหนด

จะกำหนดให้ดีก็ร่วมกันทำดีจะกำหนดให้มันแ ย่ก็ทำร้ า ยซึ่งกันและกันก็อยู่ที่เราเลื อ กการพบกันในปัจจุบันคือผลของกร ร มในอดีตแต่ชีวิตจะเป็นเช่นไรในอนาคตคือผลของกร ร มที่เราจะทำในวันนี้

ขอบคุณ ที่มา parti. harn khao na roo