เวลาที่เจ้าทุ กข์ใจ ให้นึกถึงเพียง 4 ข้อนี้ไว้ นะ

เวลาที่เจ้าทุ กข์ใจ ให้นึกถึงเพียง 4 ข้อนี้ไว้ นะ

หากว่าชีวิตมนุษย์มันจะเรียบง่าย คงไม่เริ่มต้นด้วยการ้อ งไห้เมื่อลืมตาดูโลก จงฝากชีวิตของเราไว้กับสติและปัญญา อย่าฝากไว้กับ โชคชะตา ที่มองไม่เห็น อุปสรรค อาจทำให้เราเดินช้าลง แต่อย่าใช้เป็นเหตุผล ทำให้เราหยุดเดิน

หนึ่ง : อย่ ากลัวว่าความทุ กข์นั้นจะมีตลอดไป เพราะมันจะไม่คงอยู่ตลอดไป เดี๋ยวมันก็จางไป

สอง : อย่ าคิดว่าไม่มีทางแก้ไขให้ดีขึ้นได้ เพราะจะมีทางแก้ไขเสมอ เพียงแต่ตอนนี้ยังนึกไม่อ อ ก เท่านั้น

สาม : อย่ านึกว่าต่อไปนี้เราจะไม่ได้รับสิ่งดี ๆ อีก เพราะเมื่อทุ กข์ผ่านไป เราจะยังมีความสุข สนุกสนาน ได้อย่ างเดิมแน่นอน

สี่ : ให้นึกถึงคนข้างหลัง ที่เขาจะต้องเศร้า ได้รับการกระทบกระเทือน จากการกระทำด้วยอารมณ์ของเรา

เมื่อทุ กข์ที่สุดมาถึงสิ่งที่เราต้องทำทันที (ในขณะที่ยังตั้งตัวปรับใจไม่ทัน) ก็คือ รีบหาทางเปลี่ยนอารมณ์เมื่อเราไปเจอคนอื่นทุ กข์สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือช่วย`เปลี่ยนอารมณ์´เขาก่อน จากนั้นสติจึงจะตามมา

ความทุ กข์ที่มากสุดจะแก้ได้เร็วและง่ายที่สุด ด้วยการเปลี่ยนอารมณ์ ดึงอารมณ์อ อ ก จากสถานการณ์นั้นก่อนอาจง่าย ๆ เพียงแค่ทำอะไรที่ชอบ ฟังเพลง ดูหนัง หาของอร่อยกิน ชวนเพื่อนไปเที่ยว ชวนคุยเรื่องอื่น ลืมเรื่องทุ กข์ไปชั่ วคราวก่อน บางทีก็เบาบางได้เอง

ที่สำคัญถ้ามีเพื่อนดี จะเบาบางไปได้มากที่สุด ที่ไม่ควรทำคือดื่มสุรา เพราะจะยิ่งทำให้โ ก ร ธง่าย น้อยใจง่ายและโมโหง่ายกว่าเดิม และไม่มีสติยับยั้งความโ ก ร ธ หรืออารมณ์ที่รุนแรงเหล่านั้น

เมื่อเปลี่ยนอารมณ์ได้ ใจจะเข็มแข็งมากพอที่จะแก้ในขั้นต่อไป

ขั้นต่อไปคือ พย าย ามตั้งใจใช้สติคิดว่าจะแก้ได้อย่ างไร อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล สายไปแค่ไหนแล้วและแก้ได้หรือไม่ ทำให้ดีขึ้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้

ขั้นสุดท้ายคือ ทำให้ใจของเรายอมรับสิ่งนั้นให้ ได้ ใจของเราจะยอมรับได้ คิดได้ ปลงตกได้ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ

บทสรุป

ทุ กข์ที่สุดจะเกิดจาก ความยึดมั่นถือมั่นที่สุด สิ่งใดที่เรารักมากยึดมาก ว่าเป็นตัวเราหรือของเรา สิ่งนั้นถ้าขาดห า ยไปจะทำให้ทุ กข์ถึงที่สุด

ถ้าเรารักความสวยงาม เมื่อเสียโ ฉ มจะทุ กข์ที่สุด

ถ้าเรารักสามีหรือภรรย า เมื่อเขาน อ ก ใจ หรือเสี ยเขาไปจะทุ กข์ที่สุด

ถ้ารักลูก ลูกห า ยหรือพิ ก ารหรือต า ย จะทุ กข์ที่สุด

ถ้ารักยศถาบรรดาศักดิ์ เมื่อสู ญเสี ยจะทุ กข์ที่สุด

ถ้ารักตนเอง เมื่อทราบว่าตนป่ ว ยเป็นม ะเ ร็ ง เป็นเ อ ดส์ หรือโ ร คที่รั ก ษ าไม่ห า ยก็จะทุ กข์ที่สุด

แต่ถ้าเราไม่มีสิ่งนั้นเลย ก็ไม่มีอะไรจะทุ กข์กับสิ่งนั้น หรือถ้าเรามีแต่ทำใจไว้เสมือนไม่มี หรือทำใจไว้ว่าของที่มีมันไม่เที่ยงย่อมแปรปรวนไป ก็จะทุ กข์น้อยลง

ยิ่งยึดมั่นได้น้อยลงเท่าไรก็ทุ กข์น้อยลงเท่านั้นเป็นสัดส่วนไปเมื่อไม่ยึดมั่นก็ไม่ทุ กข์เลย หมายความว่าไม่มีอะไรทำให้ทุ กข์ใจได้อีกเลย

แต่ความเ จ็ บ ป ว ดยังมีตราบเท่าที่มีสังขารร่างกายอยู่ เพียงแต่ความทุ กข์กายอันนั้น จะไม่สามารถมากินใจให้ทุ กข์ใจได้เลย

ความทุ กข์ที่เกิดขึ้น มักเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนคิดจะทำความดี เพราะธรรมชาติของเราจะหลงลืมและเพลินในสุข ซึ่งความสุขส่วนมากที่เราชอบ มักจะตั้งอยู่บนความไม่เที่ยงทั้งสิ้น

อย่ างเรา ๆ มักจะไม่คิดเรื่องนี้จนกว่าจะทุ กข์เสียก่อน เราจึงพบว่าคนจำนวนมาก ได้ประพฤติธรรมะ ได้ทำสิ่งดี ๆ แ ก่ตนและผู้อื่นเพราะประสพกับความทุ กข์มาแล้ว

ดังนั้น เมื่อมีทุ กข์นั่นคือเราได้อยู่ใกล้ธรรมะแล้ว ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็มักจะมีสิ่งดีโ อ ก าสดี และเราเองก็จะดำรงอยู่ในความดีมากขึ้น ความทุ กข์และความสุขเป็นของคู่โลกเช่นนี้มาตลอด

เมื่อเราทุ กข์หรือพบคนที่ทุ กข์ อย่ าลืมเปลี่ยนอารมณ์ ตั้งสติหาทางแก้ไข ใช้ความดีเอาชนะสิ่งไม่ดี ทุ กข์

ย่อมไม่เที่ยง ย่อมผ่านไป เป็นธรรมดา และเราก็มีโ อ ก าสที่จะได้รับสิ่งที่ดี ได้ปรับปรุงตนเป็นคนดีเสมอ

ไม่ต้องยืนในที่ที่ดีที่สุดหร อ ก แต่จงยืนในที่ที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุขในทุกวันก็พอแล้ว

ที่มา chon bu ri post