คนจะมองเราไม่ดี ต่อให้เราดีแค่ไหน ก็ไม่พ้นปากของคนอื่นอยู่ดี

อย่ากลัวคำนินทา ต่อให้เราดีแค่ไหน ก็ไม่พ้นปากของคนอื่นอยู่ดี

อย่ากลัวการอยู่คนเดียว ควรกลัวการถูกห้อมล้อมจากคนมากมาย แต่หาความจริงใจจากใครไม่ได้เลย อย่ากลัวว่าจะสู ญเ สี ย ถ้าความสัมพันธ์มาถึงจุด แตกหัก ไม่เหลือความผูกพัน หมดความเสน่หา ไม่มีอารมณ์อย ากทำสิ่งดีๆ ให้กันอีกต่อไป

อย่ากลัวคำนินทา เพราะไม่ว่าเราจะอยู่จุดไหน ทำดีเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้ทุกคนพอใจ และไม่มีใครบนโลกที่ไม่ถูกวิจารณ์ลับหลัง อย่ากลัวการเริ่มใหม่ แต่ควรกลัวการจมปลักอยู่กับสิ่งเดิมๆ โดยที่เราเองก็มองไม่เห็น ทางออ ก และไม่รู้คำตอบว่าเมื่อไหร่จะหลุดพ้น

ทุกคนมีเวลาจำกัด และเวลาของเราอาจเหลือไม่มาก อนาคตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของวันนี้ อย่ายอมให้ ความกลัว เป็นสาเหตุ ให้เอื้อมไม่ถึง ความสุข ซะที

วิธีง่าย ๆ วางใจอยู่เหนือ คำนินทา ทั้งปวง บทความดีๆ จาก ปิยสีโลภิกขุ ท่าน ปิยสีโลภิกขุ กล่าวถึง การวางใจอยู่เหนือ คำนินทา ไว้อย่างน่าสนใจว่า

งานวิจัยเชิงมานุษยวิทย าเรื่องหนึ่งพบว่า เวลาสนทนากัน คนอังกฤษส่วนใหญ่ใช้เวลาราวสองในสามอภิปรายกันเรื่อง ‘ใครทำอะไรกับใคร ที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร’ โดยหาก ‘ใคร’ ที่ว่านั้นเป็นคนมีชื่อเสียง การสนทนาจะยืดเยื้อเป็นพิเศษ

ผู้วิจัยอ้างว่า สถิตินี้เชื่อถือได้เพราะเก็บข้อมูลด้วยการแอบฟังบทสนทนา ไม่ใช่จากแบบสอบถามซึ่งผู้ตอบอาจเข้าข้างตัวเองได้ นอ กจากนี้ผลการวิจัยยังระบุด้วยว่า ชายและหญิงใช้เวลาในเรื่องนี้ไม่ต่างกัน

เรื่องเช่นนี้ฟังคุ้นหูไม่น้อย หากทำวิจัยในเมืองไทยคงได้ผลไม่ต่างกัน หรืออาจพบว่า คนไทยใช้เวลาในการสนทนาทำนองนี้มากกว่าคนอังกฤษ เล็กน้อย ก็เป็นได้ ดังคำกลอนสุนทรภู่ที่บอ กว่า อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอ กช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา ภาษิตนี้สอนว่า การนินทาเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครหลีกพ้น เพราะแม้แต่พระพุทธรูปที่ตั้งไว้ในโบสถ์ยังอาจมีคนนินทาว่าร้ ายได้

หัวข้อนินทาที่เคยได้ยินมีสารพัด ทั้งเรื่องอื้อฉาวในชุมชนและเรื่องอื่น ๆ ที่โยงใยครอบคลุมแทบทุกมิติ เรื่องน่าขันที่ได้ยินมากับหูคือ การนินทาในงาน ศ พ ว่าเจ้าภาพซื้อ โ ล ง ไม่สมเกียรติผู้ที่ได้จากไป

แม้การนินทาจะเป็นเรื่องสามัญเพียงไรก็ต าม น้อยคนนักที่ทำใจยอมรับได้หากตนเองตกเป็นหัวข้อในการนินทา น่าสังเกตว่าคนยิ่งชอบนินทามากเท่าใด พอตกกับตัวเองเข้ากลับยิ่งเป็นฟืนเป็นไ ฟไปเท่านั้น อุปมาได้กับนายพรานที่ติดกับดักของตนเอง เรื่องนี้แสดงว่าความเชี่ยวชาญเชิงปฏิบัติในวิชานินทาเป็นคนละเรื่องกับความรู้เท่าทันในสาขาวิชานี้

หลวงพ่อชาเคยสอนว่า คนมีปัญญาอาจหาประโยชน์ได้แม้จากกองขยะ คำนินทาว่าร้ ายเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจแต่หากพิจารณาให้ดีแล้วอาจเป็นประโยชน์ต่อเราได้มาก ไม่ต่างจากขยะที่ถูกแปรให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้

คำนินทาว่าร้ ายทั้งหมดนั้น หากคิดให้ถี่ถ้วนแล้วเป็นไปได้เพียงสองด้าน คือ เป็นเรื่องจริง กับเรื่องที่กุขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้านใดล้วนแต่ไม่น่าขุ่นเคืองทั้งสิ้น หากเป็นเรื่องจริง เราก็ควรยอมรับแต่โดยดี หรือหากตรงข้าม เราก็ไม่เห็นจะต้องนำเรื่องเท็จเหล่านั้นมาใส่ใจ วันเวลาย่อมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเท็จได้ดีกว่าการต ามแก้ไขความเห็นผู้อื่น

ท่าทีที่พึงมีต่อคำนินทาคือน้อมนำมาใคร่ครวญเพราะอาจทำให้เห็นข้อบกพร่องที่ตนไม่เคยมองมาก่อน แม้คำนินทานั้นจะไม่จริง เรายังอาจวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้มีผู้มองเราในแง่ลบได้เช่นกัน และหากอยู่ในวิสัยจะแก้ไขปรับปรุงได้ เราย่อมมีโอ กาสพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น มองในแง่นี้ ควรขอบคุณผู้นินทาเสียด้วยซ้ำ

ขอบคุณที่มา goodlifeupdate Puipinnarat