สิ่งที่ได้พบ เมื่อฉันโตเป็นผู้ใหญ่

1.เมื่อเรายังเ ด็ กเราแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าตัวเราเอง

เรายอมทำอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่อยากทำเราไม่กล้าที่ปฏิเสธอะไรเพราะกลัวอีกฝ่ายรู้สึกกับเราไม่ดี

แต่พอเราโตขึ้น

เราเริ่มหัดที่จะรับฟังและซื่อสัตย์ต่อเสียงหัวใจตัวเองเราเรียนรู้ที่จะปฏิเสธแบบตรงไปตรงมาแต่ยังอบอุ่นและนุ่มนวลโดยที่เราได้รักษาสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นและยังรักษาสัมพันธ์ท่ีดีกับหัวใจของเรา

2.เมื่อเรายังเ ด็ กเรากังวลว่าคนอื่นจะพูดถึงเรายังไงบ้าง

เราเลยพยายามจะทำทุกอย่างด้วยความกังวลเพราะกลัวคนที่มองเข้ามาและไม่กล้าทำอีกหลายอย่างเพราะกลัวคนมองไม่ดี

แต่พอเราโตขึ้น

เราเริ่มรู้แล้วว่าทุกคนมีปัญหาของตัวเองใช่แหละคนหลายคนบนโลกชอบยุ่งเรื่องคนอื่นแต่เรื่องจริงก็คือไม่มีใครว่างพอที่จะสนใจชีวิตใครไปได้นานๆหรอกทุกคนล้วนมีบางอย่างในชีวิตที่ต้องจัดการทั้งนั้นเรารู้แล้วว่าที่เราไม่กล้าทำเพราะกลัวคนมองนั้นมันไม่มีใครสนใจนักหรอกเราน่าจะเลือกทำตามเสียงของหัวใจสิ่งที่เราอยากทำจริงๆไปตั้งนานแล้ว

3.เมื่อเรายังเ ด็ กเราอยากควบคุมทุกอย่างเราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

เราอยากให้ทุกอย่างเป็นดังใจเราอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเราก็หงุดหงิด

แต่พอเราโตขึ้นบทเรียนชีวิตสอนให้เรารู้ว่าเราควบคุมไม่ได้ทุกอย่างหรอก

หรือจริงๆเราอาจควบคุมอะไรไม่ได้ซักอย่างเลยด้วยซ้ำโลกมันก็จะเป็นไปอย่างนั้นของมันแหละต่อให้เราไปตั้งหรือไม่ตั้งความหวังกับมันก็ตาม

4.เมื่อเรายังเ ด็ กเราตั้งเป้าว่าชีวิตเราต้องประสบความสำเร็จนะ

ประสบความสำเร็จคือต้องมีทุกอย่างที่เขาว่าดีกันมีเงินมีรถมีบ้านมีรถมีตำแหน่งมีชื่อเสียงมีเกียรติยศมีคนนับหน้าถือตาเราหลงไปกับเป้าหมายสำเร็จรูปที่สังคมยัดเยียดให้กับเรา

แต่พอเราโตขึ้นเราได้เรียนรู้ว่า“เห้ยความสำเร็จของแต่ละคนหน้าตาไม่เหมือนกันหนินา”

แล้วเราไปวิ่งหาความสำเร็จที่จริงๆแล้วเราไม่ต้องการรวมถึงเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วชีวิตเราต้องการอะไรกันแน่

5.เมื่อเรายังเ ด็ กเมื่อเราไม่รู้ว่าอะไรสำคัญจริงๆกับชีวิตกันแน่

เราเลยต้องทุ่มเทสร้างชีวิตโดยใช้พิมพ์เขียวสำเร็จรูปวิ่งไล่หาเงินทองชื่อเสียงการยอมรับสารพัดแล้วบางทีกับบางช่วงชีวิตเรายอมทุ่มทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นมา

แต่พอเราโตขึ้นเราทำงานหนักขึ้นจนบางทีหนักเกินไป

และผลของการทำงานหนักนั้นเราเริ่มมีสิ่งต่างๆมากขึ้นมีเยอะขึ้นเราเริ่มเรียนรู้ว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการทุกอย่างหนินาบางอย่างทำไมได้มายากและใช้ความพยายามอย่างมากแต่มันกลับให้ความสุขเราได้น้อยจัง

6.เมื่อเรายังเ ด็ กเราภูมิใจกับสิ่งที่เราสิ่งที่เงินซื้อได้

เราทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินเยอะๆแม้การทำทุกอย่างนั้นจะหมายถึงความทุกข์ที่มากขึ้นแต่เราก็ยินดีแลกเพราะเราเชื่อว่าเงินแลกได้ทุกอย่าง

แต่พอเราโตขึ้นเราเริ่มรู้แล้วว่ามีบางสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

และอะไรที่เงินซื้อไม่ได้มันสำคัญกับชีวิตเราเหลือเกินเรารู้แล้วว่าอะไรสำคัญจริงๆกับชีวิตเราความรักความสัมพันธ์สุขภาพเวลาฯลฯของพวกนี้เงินซื้อไม่ได้ทั้งนั้นเราจะเริ่มแบ่งเวลาจากใช้เพื่อหาเงินอย่างเดียวมาลงทุนกับสิ่งต่างๆที่เงินซื้อไม่ได้มากขึ้น

7.เมื่อเรายังเ ด็ กเราอยากได้รักที่วูบวาบซาบซ่าน

สร้างความตื่นเต้นวาบหวามในหัวใจ

แต่พอเราโตขึ้นบทเรียนอันแสนเจ็บปวดจากความรักที่ผ่านมาสอนให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น

เราไม่อยากได้ความรักที่ตื่นเต้นอีกต่อไปเราแค่อยากได้ความรักธรรมดาความรักที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนไม่ต้องร้อนแรงมากแค่อบอุ่นใจที่ได้อยู่ใกล้มันก็ดีเกินพอ…

8.เมื่อเรายังเ ด็ กเราคาดหวังกับความรักเราไว้สูงมากเราอยากได้คนรักที่ตรงตามสเปคของเราต้องรูปร่างหน้าตาประมาณนี้ต้องฐานะประมาณนั้นต้องนิสัยแบบนี้อย่างนี้

แต่พอเราโตขึ้นเราเริ่มรู้ว่าคนรักมักไม่ได้มาแบบสำเร็จรูปความรักของเรามันต้องDIY

มันต้องปรับมันต้องเรียนรู้มันต้องผัดไปชิมไปมันต้องอดทนและปรับตัวเข้าหากันไม่มีหรอกคนรักที่สมบูรณ์แบบไม่มีหรอกความรักที่เป็นแบบที่สมบูรณ์

9.เมื่อเรายังเ ด็ กความทุกข์ของเราหน้าตาไม่ซับซ้อน

เจ็บสุดคือหกล้มร้องไห้เสร็จไม่กี่วันแผลก็หาย

แต่พอเราโตขึ้นโลกทดสอบเราด้วยความทุกข์ที่ซับซ้อนเข้มข้นและหลากหลาย

เราไม่มีทางรู้เลยว่าทุกข์ที่เรามันเจ็บที่สุดของชีวิตแล้วรึยังบางความทุกข์ร้องไห้แค่ไหนก็เหมือนจะไม่พอบางความทุกข์แม้เลือดจะหยุดไหลแต่แผลมันจะไม่มีวันหายไปเลย

10.เมื่อเรายังเ ด็ กเรายังอ่อนหัดต่อโลกนัก

แต่โลกก็ไม่เห็นจะอ่อนโยนกับเราเลยเรามีอีโก้เราโกรธง่ายเกลียดง่ายหงุดหงิดง่ายเราคิดมากเราทุกข์ง่ายทุกข์มากและทุกข์นาน

แต่พอเราโตขึ้นเราแอบหวังว่าโลกจะใจดีกับเรามากขึ้นแต่ไม่เลย

โลกกลับยิ่งโบยเฆี่ยนเราหนักกว่าเดิมอีกแต่ตอนนี้เราอยู่เป็นแล้วเราเรียนรู้จะปล่อยวางความทุกข์เดิมๆให้มันแล้วไปเราเรียนรู้ที่จะปล่อยผ่านไม่ให้ความทุกข์ใหม่ๆผ่านเข้าหัวใจได้ง่ายขึ้น

Related posts