ไม่กี่ปีคน 5 ประเภท อาจจะตกงานและอยู่ย าก

อาจารย์ Li Kaifu เคยกล่าว เอาไว้ว่า ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะเริ่มทะยอยปลดพนักงานออ ก เพื่อลดค่าใช้จ่าย และ อีก 10 ปีข้างหน้า งานกว่า 50เปอร์เซน ของมนุษย์จะถูกแทนที่ ด้วยหุ่นยนต์ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนกว่าครึ่งหนึ่งในบริษัทจะต้องตกงาน

เ พ ร า ะการมาแทนที่ของหุ่นยนต์ และเทคโนโลยีต่างๆแต่ดูเหมือนว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด เ พ ร า ะในปีที่ผ่าน มาเราต่างเห็น บริษัทต่างๆ ทยอยปลดพนักงานออ ก ลดจำนวนพนักงานเพื่อลดร า ยจ่าย และ ในบางแห่งเริ่มแทนที่พนักงานด้วยหุ่นยนต์

เ พ ร า ะฉะนั้น อ ย่ าคิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องไกลตัว เ พ ร า ะ ในหล า ยๆ ประเทศ ที่พัฒนาแล้วเริ่มทยอย ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ในไม่ช้านี้บ้านเราก็คงต้องปรับตัวต ามซึ่ง คน 5 ประเภทนี้มีโอกาสที่จะเจอ กันเหตุการณ์เหล่านี้

ประเภทที่ 1 คนที่ไม่เข้าใจการล ง ทุ นในตัวเอง

เรามักจะได้ยินคำเ ตื อ นว่า อ ย่ าฟุ่มเฟือย แต่ถ้าเราเก็บเ งิ นได้ 1 แสนต่อปี ภายใน 10 ปี เก็บได้ 1 ล้าน นี่คือเก่งหรอ ไม่ใช่ เ พ ร า ะเมื่อคุณใช้เวลา 10 ปีถึงจะเก็บเ งิ นได้ 1 ล้าน คนอื่นอาจจะใช้เวลาแค่ปีเดียวตอนที่คุณยังเยาว์วัยคุณต้องรู้ว่าจะล ง ทุ นกับตัวเองยังไง ถ้าทุกเดือนคุณเอาเ งิ นส่วนหนึ่งมาล ง ทุ นกับตัวเอง

บางคน ออ กเดินทาเที่ยวรอบโลก ไปเจอธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจในต่างประเทศ แต่ในบ้านเรายังไม่มี ก็นำไอเดียกลับมา ต่อยอ ดเป็นธุรกิจของตัวเอง บางคน ไปเรียนคอสการขายเสริมหลังเลิกงาน อาจไม่ได้ร ว ยในทันที แต่การได้ทำความรู้จักคน มากมาย ก็นำพาโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิตได้เหมือนกัน

บางคน ไปเข้าฟิตเนสออ กกำลังกาย จนค้นพบ ช่องทางธุรกิจ เปิดยิม ขายอาหารเสริมสำหรับคนรัก สุ ข ภ า พ หล า ยปีผ่านไป คุณจะพบว่า เ งิ นที่คุณใช้ไป ทำให้คุณค่า ของตัวเองเพิ่มขึ้น คุณได้คืนกลับมาหล า ยเท่า

ประเภทที่ 2 คนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่เป็น

บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ให้เ งิ นผู้สมัครงาน 75 บ า ท ให้พวกเขา ไปหาข้าวกินด้วยกัน ผู้สมัคร 6 คนไปถึงร้านอาหารด้วยกัน แต่ข้าวจานหนึ่งราคาอ ย่ างต่ำ 15 บ า ท เ งิ นที่พวกเขามีไม่พอ จะซื้อข้าว คนละจานเลยด้วยซ้ำ ก็เลยกลับไปบริษัท

พอถึงบริษัท ประธานบริษัทรู้เข้าก็ส่ายหน้า ขอโ ท ษด้วย พวกคุณไม่เหมาะกับบริษัทเรา รู้ไหม ร้านอาหารร้านนั้น มีโปรโมชั่นซื้อ 5 แถม 1 ไม่ได้อ่านดูร า ยละเอียด ในเมนูเลยหรอ นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจหรือ ถึงแม้ไม่มีโปร 5 แถม 1 ก็ยังขอจานเปล่ามาหนึ่งใบ

แล้วสั่งข้าว 5 จาน มาแบ่งกันกินได้ แต่ผู้สมัครทั้ง 6 คนไม่มีใครคิดว่า มาด้วยกันจึงไม่เกิดคำว่า เป็นทีมเดียวกัน ทุกคนต่างคิดถึงแต่ตัวเอง เมื่อเข้ามาอยู่ในองค์กรก็ไม่รู้จักการทำงานเป็นทีม รู้ไหม ทีมเวิร์คที่ดีนี่แหละที่ทำให้มนุษย์เหนือ กว่าหุ่นยนต์

ประเภทที่ 3 คนที่นอ กเหนือจาก 8 ชั่ ว โมงไม่เรียนรู้

มีเพื่อนผมคนหนึ่ง ทำงานที่โกดังสินค้ า คอยเช็คจำนวนสินค้ า ในคลังเป็นงานง่ายๆ ที่เหมือนจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในอนาคตแต่เมื่อทำงานปีแรกเขาก็ค้นพบว่ามีของบางอ ย่ างที่ถูกจัดส่งเป็นจำนวน มาก

เขาเริ่มเกิดไอเดีย จึงไปค้นหาข้ อมูลต่อและพบว่าของบางอ ย่ างในโกดัง นั้นเป็นที่ต้องการของตลาดมากด้วยความที่อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว ทำให้เขามองหาแหล่งผลิตที่ต้นทุนถูกได้และ เริ่มนำมาลงหน้าเว็ปเพื่อขายออนไลน์ ผ่านไป 3 ปี ธุรกิจขย ายตัวอ ย่ างรวดเร็ว

ปีที่ 7 เขาก็เปิดบริษัทของตัวเอง ตลอ ดระยะเวลาแห่งงานเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขาไม่เคยหยุดทำก็คือ ใช้เวลานอ กเหนือจาก 8 ชั่ ว โมงในการเรียนรู้ยุคสมัยนี้ เป็นยุคแห่งการเรียนรู้ ความรู้เติบโตขึ้นในอัตรา ที่ก้าวกระโดดทุกคน มีอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงความรู้ต่างๆ ได้อ ย่ างรวดเร็วแค่ปล า ยนิ้วอยู่ที่ว่าคุณจะใช้โอกาสที่มีไขว่คว้า หรือ นั่งรอวันถูกแทนที่

ประเภทที่ 4 คนที่ทำงานแบบเดิมๆ ซ้ำๆ

พนักงานที่ต้องทำงาน แบบเดิมๆ ซ้ำๆ เช่น แพคของ ประกอบชิ้นส่วนจัดเรียงสินค้ าในคลัง งานที่อาศัยแค่การจับวาง ให้เข้าที่ไม่ได้ใช้การคิด วิเคราห์หรือ การตัดสินใจใดๆเรียกว่าทำงานด้านเดียวคล้ายๆ หุ่นยนต์ จึงไม่แปลกเลย หากจะถูกแทนที่ ด้วยหุ่นยนต์จริงๆ เ พ ร า ะ หุ่นยนต์ไม่เรียกร้องขึ้นเ งิ นเดือน ไม่ ข า ด ลา มาสายไม่บ่น ไม่หยุดงานประท้วง ไม่เรียกร้องสวัสดิการเพิ่ม

ประเภทที่ 5 คน มองอะไรสั้นๆ ตัดสินแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทันที

หลังเรียนจบ Li Ting และ Tan Si เข้าไปฝึกงาน ที่บริษัทบัญชี แห่งหนึ่งด้วยกัน หลังหมดระยะฝึกงาน บริษัทเสนอให้ไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ ที่ต่างประเทศ 2 ปี แต่ได้เ งิ นเดือนครึ่งเดียวไม่มีค่าคอมมิชชั่น Li Ting รู้สึกว่าเ งิ นเดือนน้อยเกินไป แถมไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในต่างแดนก็เลยไม่เอา

ส่วน Tan Si กล้าตัดสินใจเลือ กไปศึกษางานที่สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศในมุมมองของเธอ ไปศึกษางานแถม ยังได้เ งิ นเดือน เป็นเรื่องที่คุ้มแสนคุ้ม ผ่านไป 2 ปี Tan Si กลับมาที่บริษัท ในฐานะหัวหน้าโครงการคนใหม่ ร า ยได้ 1 ล้านต่อปีส่วน Li Ting ยังคงทำงานในตำแหน่งเดิม

เ งิ นเดือนในตอนนี้ ไม่ถึง 1 ใน 3 ของ Tan Siไม่ใช่ว่า Tan Si ตัดสินใจถูก หรือ Li Ting ตัดสินใจผิ ด เ พ ร า ะทั้งคู่ต่างเลือ กสิ่งที่ คิดว่าดีที่สุด ให้ตนเองแต่เมื่อเวลาที่ผ่านไปจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การตัดสินใจของเราในอ ดีต จะพาเราก้าวหน้าขึ้นได้หรือไม่

สิ่งใหม่ๆ ที่ปรากฏขึ้น มักมาพร้อมกับโอกาสทางธุรกิจ แต่เมื่อโอกาสผ่านไป คนที่ช้าก็จะไม่มีทางได้สัมผัสในยุคนี้ พวกเราต้องมีสัญชาตญาณ ของการเอาตัวรอ ด เราเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องรู้จักเรียนรู้ และ ปรับตัว ค้นหาและแก้ไข้ ข้ อบกพร่องของตัวเองอ ย่ างทันท่วงที

เพื่อที่จะพัฒนาต่อไปในทิศทาง ที่ดียิ่งขึ้นไม่อ ย่ างนั้น ในแต่ละปีที่ผ่านไป คุณจะพบว่า คุณถูกคนอื่นๆ ทิ้งไว้ข้างหลังแล้วจะเห็นว่าตัวอ ย่ าง ที่หยิบยกมานั้น ไม่ได้เจาะจงถึงอาชีพใด เ พ ร า ะทุกอาชีพ ล้วน มีโอกาสตกงานได้ทั้งนั้น แต่ยกตัวอ ย่ าง ให้เห็นถึงทัศนะคติ ที่จะเป็นสิ่งตัดสินว่า คุณจะถูกแทนที่หรือได้ไปต่อ

ที่มา b i t c o r e t e c h yindeeyindee

Related posts